ทำไมบางคนทำธุรกิจแล้วไปได้ง่ายกว่า? รู้จัก Unfair Advantage จุดได้เปรียบที่คุณอาจมองข้าม
ทำไมบางคนทำธุรกิจเดียวกับเรา แต่ดูเหมือนเขาจะไปได้ง่ายกว่า ทั้งที่เราเองก็ไม่ได้พยายามน้อยกว่าเลย?
เคยสังเกตไหมคะว่า…
บางคนเริ่มทำธุรกิจได้ไม่นาน ก็มีคนแนะนำลูกค้าให้ไม่ขาดสาย
บางคนเจรจากับลูกค้าไม่กี่ครั้งก็เข้าใจกัน เหมือนพูดภาษาเดียวกัน
บางคนเปลี่ยนไปทำงานในอีกอุตสาหกรรมหนึ่ง แล้วทุกอย่างดูลงตัวขึ้นอย่างน่าประหลาด
ในขณะที่อีกคนอาจมีความรู้ มีประสบการณ์ และทุ่มเทไม่แพ้กัน แต่กลับต้องออกแรงมากกว่าในแทบทุกขั้นตอน
คำถามคือ…เป็นเพราะใครเก่งกว่าใครจริง ๆ หรือเปล่า?
.
UNFAIR ADVANTAGE — จุดได้เปรียบที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร
.
มีหนังสือธุรกิจเล่มหนึ่งชื่อ The Unfair Advantage: How You Already Have What It Takes to Succeed เขียนโดย Ash Ali และ Hasan Kubba
ผู้เขียนทั้งสองชวนให้เรามองความสำเร็จในมุมที่ต่างออกไป
เพราะในโลกความเป็นจริง คนเราไม่ได้เริ่มต้นจากจุดเดียวกัน และความสำเร็จก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความขยันหรือความสามารถเพียงอย่างเดียว
แต่ละคนมีบางสิ่งที่ทำให้ตัวเองได้เปรียบในแบบที่คนอื่นอาจไม่มี
สิ่งนั้นเรียกว่า Unfair Advantage
คำว่า Unfair ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเอาเปรียบคนอื่น หรือการทำอะไรที่ไม่ยุติธรรมนะคะ
แต่หมายถึงข้อได้เปรียบบางอย่างที่เป็นของเราโดยเฉพาะ และคนอื่นไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่าย ๆ
ผู้เขียนอธิบายผ่านกรอบคิดที่เรียกว่า MILES ซึ่งประกอบด้วย
M — Money เงินทุนและทรัพยากรที่เรามี
I — Intelligence & Insight ความสามารถในการคิดและมองเห็นสิ่งที่คนอื่นอาจมองข้าม
L — Location & Luck สภาพแวดล้อม โอกาส และจังหวะที่เราได้พบ
E — Education & Expertise ความรู้และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมา
S — Status ชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และเครือข่ายความสัมพันธ์
ลองนึกถึงคนสองคนที่เปิดธุรกิจประเภทเดียวกันค่ะ
คนแรกอาจมีความรู้เรื่องสินค้าอย่างลึกซึ้ง แต่ไม่ถนัดการขาย
ส่วนอีกคนอาจไม่ได้รู้เรื่องสินค้ามากเท่า แต่เติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจประเภทนี้มาหลายสิบปี รู้จักซัพพลายเออร์ เข้าใจลูกค้า และมีเครือข่ายพร้อมอยู่แล้ว
ทั้งสองคนอาจประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน แต่เส้นทางและต้นทุนในการไปถึงจุดนั้นย่อมต่างกัน
นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางครั้ง การพยายามให้มากขึ้นอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด
เราอาจต้องกลับมาถามตัวเองก่อนว่า…
เรากำลังใช้ข้อได้เปรียบที่มีอยู่จริงหรือยัง?
.
แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับโหราศาสตร์จีน?
.
สิ่งที่ณิรินทร์มองว่าน่าสนใจมาก คือแนวคิดเรื่อง Unfair Advantage สามารถนำมาเชื่อมกับหลักโหราศาสตร์จีนได้อีกมุมหนึ่งค่ะ
แต่ต้องแยกให้ชัดก่อนว่า MILES เป็นกรอบคิดด้านธุรกิจของผู้เขียนทั้งสอง ไม่ใช่ทฤษฎีที่พัฒนามาจากโหราศาสตร์จีน
ส่วนการเชื่อมโยงต่อไปนี้ เป็นมุมมองในการนำศาสตร์ทั้งสองมาใช้ประกอบกัน
ในโหราศาสตร์จีน โดยเฉพาะการวิเคราะห์ดวงจีนแบบ BaZi เราพิจารณาความสัมพันธ์ของธาตุทั้งห้า ได้แก่ ไม้ ไฟ ดิน ทอง และน้ำ รวมถึงโครงสร้างและสมดุลของดวงแต่ละคน
ธาตุเดียวกันไม่ได้ส่งผลเหมือนกันกับทุกคน
บางคนอาจได้รับการส่งเสริมจากพลังของธาตุหนึ่ง ขณะที่อีกคนอาจต้องการธาตุอีกแบบหนึ่งเพื่อสร้างสมดุล
เมื่อนำหลักนี้มาพิจารณาเรื่องการทำงานและธุรกิจ เราจึงไม่ได้ดูเพียงว่าเจ้าของดวงเหมาะกับอาชีพอะไร
แต่ยังสามารถใช้เป็นกรอบในการตั้งคำถามว่า…
อุตสาหกรรมที่เขากำลังทำอยู่ มีลักษณะสอดคล้องกับพลังที่ส่งเสริมเขาหรือไม่?
.
ลองนึกภาพเจ้าของธุรกิจคนหนึ่งค่ะ
เขาเป็นคนมีความสามารถ ทำงานหนัก และบริหารจัดการได้ดี แต่ตลอดเวลาที่อยู่ในธุรกิจเดิม เขากลับรู้สึกว่าทุกอย่างต้องฝืน
หาลูกค้าก็ยาก
เจรจาก็เหนื่อย
ทำงานได้ แต่ไม่ค่อยรู้สึกว่าเป็นธรรมชาติ
ต่อมาเขาได้ขยับไปทำธุรกิจอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งยังใช้ทักษะเดิมหลายอย่าง แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองเข้าใจลูกค้าได้เร็วขึ้น มองเห็นโอกาสง่ายขึ้น และมีพลังกับงานมากกว่าเดิม
ในทางธุรกิจ เราอาจอธิบายเรื่องนี้ด้วยความเหมาะสมระหว่างคนกับตลาด ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และเครือข่ายที่มี
ส่วนในมุมโหราศาสตร์จีน เราอาจพิจารณาเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมใหม่มีคุณลักษณะของธาตุที่สอดคล้องกับโครงสร้างดวงของเขามากกว่าหรือไม่
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่เปลี่ยนอุตสาหกรรมแล้วจะประสบความสำเร็จ และไม่ใช่ว่าอุตสาหกรรมที่ถูกโฉลกจะทำให้เราไม่ต้องทำงานหนัก
แต่บางครั้ง การรู้ว่าตัวเองมีแนวโน้มทำงานได้เป็นธรรมชาติในสภาพแวดล้อมแบบไหน ก็ช่วยให้เราเลือกสนามได้ดีขึ้น
เพราะความได้เปรียบไม่ได้มีแค่เรื่องว่าเราเก่งอะไร
แต่อาจรวมถึงเรื่องว่า เรานำความเก่งนั้นไปใช้ในสนามแบบไหนด้วย
.
UNFAIR ADVANTAGE อาจอยู่ที่อุตสาหกรรม ลูกค้า และคู่ค้าที่เราเลือก
.
อีกมุมหนึ่งที่ณิรินทร์ให้ความสำคัญ คือการนำโหราศาสตร์จีนมาพิจารณาความสอดคล้องระหว่างตัวเรากับกลุ่มลูกค้า
ลองคิดดูนะคะ
ทำไมบางครั้งเราพบลูกค้าคนหนึ่ง คุยกันไม่นานก็เข้าใจความต้องการของกันและกัน?
แต่กับลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่ง แม้เราจะเตรียมตัวมาดีมาก อธิบายละเอียดทุกอย่าง กลับต้องใช้เวลาและพลังงานมหาศาลกว่าจะเข้าใจกัน
แน่นอนว่าเรื่องนี้มีปัจจัยหลายอย่าง ทั้งความต้องการของลูกค้า บุคลิก วิธีสื่อสาร ราคา และความเหมาะสมของบริการ
แต่ในมุมของศาสตร์จีน เราสามารถใช้ความสัมพันธ์ของธาตุเป็นอีกหนึ่งเลนส์ในการพิจารณาว่า ธุรกิจหรือกลุ่มลูกค้าประเภทใดอาจมีลักษณะสอดคล้องกับเรา
ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าในอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมเราจะตอบตกลงทุกคน
แต่เป็นการช่วยตั้งคำถามว่า เราควรใช้เวลาและทรัพยากรไปกับตลาดแบบไหน จึงมีโอกาสทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า
สำหรับเจ้าของธุรกิจ นี่เป็นคำถามที่สำคัญมากค่ะ
เพราะบางครั้งเราไม่ได้ต้องการลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างเดียว
เราอาจต้องการลูกค้าที่เหมาะกับเรามากขึ้นด้วย
.
แล้วถ้านำมามองเรื่องการลงทุนล่ะ?
.
นี่เป็นอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ
ในหลักโหราศาสตร์จีน เราสามารถนำความสัมพันธ์ของธาตุมาพิจารณาประเภทอุตสาหกรรมที่อาจสอดคล้องกับเจ้าของดวงได้
ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเข้าไปทำธุรกิจ การถือหุ้นในกิจการ หรือการศึกษาหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ
แต่ณิรินทร์อยากเน้นตรงนี้เป็นพิเศษว่า การที่อุตสาหกรรมหนึ่งมีธาตุที่ส่งเสริมเรา ไม่ได้แปลว่าหุ้นทุกตัวในกลุ่มนั้นจะให้ผลตอบแทนดี หรือจะเป็นหุ้นปันผลที่เหมาะกับเราเสมอไป
เพราะการลงทุนยังต้องพิจารณาพื้นฐานกิจการ งบการเงิน มูลค่าหุ้น ความเสี่ยง และภาวะตลาดด้วย
ศาสตร์จีนจึงไม่ควรถูกใช้แทนการวิเคราะห์การลงทุน
สำหรับณิรินทร์ คุณค่าของศาสตร์นี้อยู่ที่การช่วยให้เรามองเห็นอีกมิติหนึ่งของความสอดคล้องระหว่างตัวเรา กับสิ่งที่เรากำลังเลือก
จากนั้นจึงนำมาประกอบกับข้อมูลและเหตุผลในโลกจริง
บางครั้งการลงทุนที่เหมาะกับเรา อาจไม่ใช่สิ่งที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในช่วงเวลาสั้น ๆ
แต่อาจเป็นสิ่งที่เราเข้าใจความเสี่ยงของมันได้ดี และถือครองได้โดยไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความกังวลตลอดเวลา
.
สุดท้ายแล้ว เราทุกคนอาจมี UNFAIR ADVANTAGE ที่ยังไม่เคยมองเห็น
.
ณิรินทร์คิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะกับคนทำธุรกิจเท่านั้น
แต่ยังชวนให้เรากลับมามองชีวิตตัวเองด้วยค่ะ
บางคนใช้เวลาหลายปีพยายามเก่งในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด
บางคนพยายามแข่งขันในตลาดที่ไม่ได้เหมาะกับตัวเอง
บางคนมองเห็นแต่สิ่งที่ตัวเองขาด จนลืมไปว่าสิ่งที่มีอยู่อาจเป็นข้อได้เปรียบที่คนอื่นกำลังตามหา
ทั้งที่ความสำเร็จอาจไม่ได้เริ่มจากการเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเหมือนคนที่ประสบความสำเร็จ
แต่อาจเริ่มจากการรู้จักตัวเองให้ชัดขึ้น
รู้ว่าเราเก่งอะไร
รู้ว่าอะไรส่งเสริมเรา
รู้ว่าเราเหมาะกับสภาพแวดล้อมแบบไหน
และรู้ว่าควรนำความสามารถที่มีไปใช้ตรงไหน จึงจะเกิดคุณค่าได้มากที่สุด
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ณิรินทร์สนใจการนำภูมิปัญญาจีนมาเชื่อมกับการตัดสินใจในโลกธุรกิจปัจจุบัน
ไม่ใช่เพื่อให้ดวงเป็นผู้ตัดสินชีวิตแทนเรา
แต่เพื่อให้เราเห็นตัวเองและทางเลือกต่าง ๆ จากอีกมุมหนึ่ง ก่อนตัดสินใจด้วยความเข้าใจที่มากขึ้น
.
“บางครั้ง ความได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่การพยายามเก่งกว่าทุกคน แต่คือการรู้ว่าเราควรอยู่ในสนามไหน จึงจะใช้สิ่งที่เรามีได้ดีที่สุด”
.
แล้วคุณล่ะคะ…
เคยมีช่วงเวลาที่รู้สึกว่า พอได้ทำงานบางอย่าง หรือได้อยู่ในธุรกิจบางประเภท ทุกอย่างกลับไหลลื่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติไหม?
บางทีประสบการณ์นั้นอาจกำลังบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับ Unfair Advantage ของคุณก็ได้ค่ะ
ณิรินทร์
Pinnacle Destiny
Ancient Wisdom for Modern Life
#PinnacleDestiny #UnfairAdvantage #ดวงจีนธุรกิจ #โหราศาสตร์จีน #BaZi #BusinessStrategy
