มีเงินทุน 3 ล้านบาท เริ่มธุรกิจอย่างไร? บทเรียนจาก 3 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

มีเงินทุน 3 ล้านบาท เริ่มธุรกิจอย่างไร? บทเรียนจาก 3 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

ภาพปกบทความ Pinnacle Destiny เรื่อง 3 คนเก่ง 3 วิธีหาเงิน แต่กลับมีหลักคิดเดียวกัน พร้อมภาพผู้ร่วมรายการ The Diary of a CEO ได้แก่ Steven Bartlett, Alex Hormozi, Codie Sanchez และ Daniel Priestley

มีเงินทุน 3 ล้านบาท เริ่มธุรกิจอย่างไร? บทเรียนจาก 3 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

ทำไมการมีเงินทุนมากขึ้น อาจไม่ได้ทำให้เราเริ่มธุรกิจได้เปรียบเสมอไป

.

ถ้าวันนี้มีเงินทุนประมาณ 3 ล้านบาทให้เริ่มธุรกิจใหม่ คุณจะทำอะไรเป็นอย่างแรก?

หาสินค้ามาขาย?

เปิดร้าน?

สร้างแบรนด์?

จ้างทีมงาน?

หรือเริ่มลงทุนกับการตลาด?

เงินก้อนนี้อาจทำให้หลายคนรู้สึกว่ามีทางเลือกมากขึ้น

แต่ Daniel Priestley กลับชวนให้มองอีกด้านหนึ่งว่า เงินทุนระดับ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ อาจเป็นจำนวนที่อันตรายสำหรับคนเริ่มธุรกิจ

เพราะมากพอที่จะทำให้ตัดสินใจใช้เงินก้อนใหญ่ แต่ไม่ได้มากพอที่จะรองรับความผิดพลาดร้ายแรงได้เสมอไป

.

นี่เป็นหนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจจากพอดแคสต์ The Diary of a CEO ซึ่ง Steven Bartlett ชวนผู้เชี่ยวชาญธุรกิจ 3 คน ได้แก่ Alex Hormozi, Codie Sanchez และ Daniel Priestley มาพูดคุยเรื่องการสร้างรายได้ การเริ่มธุรกิจ และการเติบโต

บทสนทนายาวกว่า 2 ชั่วโมง แต่สิ่งที่น่าคิดที่สุดอาจไม่ใช่วิธีหาเงินของแต่ละคน

เป็นวิธีที่แต่ละคนมอง “ความได้เปรียบ” ก่อนตัดสินใจว่าจะใช้เงินอย่างไร

.
.

ถ้าให้เงินทุนไม่เท่ากัน ผู้เชี่ยวชาญ 3 คนจะเริ่มธุรกิจอย่างไร?

ช่วงหนึ่งของรายการ ผู้ร่วมสนทนาได้รับโจทย์ให้คิดว่าจะสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างไรจากเงินทุนตั้งต้นที่ต่างกัน

คำตอบของทั้งสามคนสะท้อนวิธีคิดที่น่าสนใจมากกว่าการเลือกว่าจะลงทุนในธุรกิจประเภทไหน

.

1. Alex Hormozi: มี 1,000 ดอลลาร์ ไม่จำเป็นต้องรีบใช้

แทนที่จะนำเงินไปซื้อสินค้า เปิดธุรกิจใหม่ หรือสร้างระบบตั้งแต่ต้น Alex เสนอแนวทางที่ใช้ความสามารถด้านการเพิ่มรายได้เข้าไปช่วยธุรกิจที่มีลูกค้าอยู่แล้ว

แนวคิดคือค้นหาธุรกิจที่มีฐานลูกค้า และเสนอวิธีสร้างรายได้เพิ่มจากฐานนั้น โดยรับผลตอบแทนเป็นส่วนแบ่งจากผลลัพธ์

สิ่งที่น่าสนใจคือ เขาไม่ได้เริ่มจากการถามว่าจะซื้ออะไรด้วยเงิน 1,000 ดอลลาร์

แต่เริ่มจากการมองว่า ความสามารถของตัวเองช่วยสร้างมูลค่าให้ธุรกิจที่มีอยู่แล้วได้อย่างไร

.

2. Codie Sanchez: มี 10,000 ดอลลาร์ ให้ใช้ความรู้และเครือข่าย

Codie เสนอแนวทางที่เชื่อมกับความเชี่ยวชาญด้านการซื้อขายกิจการของเธอ

แทนที่จะรีบซื้อธุรกิจด้วยตัวเอง เธอมองโอกาสในการเชื่อมเจ้าของกิจการที่ต้องการขายกับผู้ซื้อที่เหมาะสม และสร้างรายได้จากการเป็นตัวกลางในการทำข้อตกลง

จุดสำคัญจึงไม่ใช่จำนวนเงินในมือเพียงอย่างเดียว

แต่เป็นความรู้เกี่ยวกับตลาด ความสามารถในการมองเห็นโอกาส และเครือข่ายที่เชื่อมคนสองฝ่ายเข้าหากันได้

.

3. Daniel Priestley: มี 100,000 ดอลลาร์ ก็อาจยังไม่ควรเริ่มเอง

คำตอบของ Daniel แตกต่างออกไป

เขามองว่าเงินทุน 100,000 ดอลลาร์อาจทำให้ผู้ประกอบการมือใหม่รู้สึกพร้อมเกินความเป็นจริง

เงินจำนวนนี้สามารถถูกใช้ไปกับการจ้างคน สร้างผลิตภัณฑ์ ทำการตลาด หรือจัดตั้งธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าตลาดต้องการสิ่งที่กำลังสร้าง

ทางเลือกที่เขาเสนอคือการร่วมงานกับผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์และมีธุรกิจที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้ว โดยนำเงินทุนหรือแรงลงมือเข้าไปสร้างคุณค่าร่วมกัน

บทเรียนสำคัญไม่ใช่การห้ามใช้เงิน

แต่เป็นการถามว่า เรามีความเข้าใจและความได้เปรียบมากพอที่จะใช้เงินก้อนนี้อย่างมีเหตุผลแล้วหรือยัง

.
.

ทั้ง 3 คนมีหลักคิดอะไรเหมือนกัน?

เมื่อมองคำตอบทั้งสามร่วมกัน จะเห็นว่าแต่ละคนเลือกเส้นทางต่างกัน

Alex มองหาธุรกิจที่มีลูกค้าอยู่แล้ว

Codie มองหาความต้องการซื้อขายที่สามารถเชื่อมเข้าหากันได้

Daniel มองหาผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์เพื่อร่วมสร้างโอกาส

แต่ทั้งสามแนวทางมีหลักคิดร่วมกันอย่างหนึ่ง

“อย่าเริ่มจากเงินที่มีเพียงอย่างเดียว ให้เริ่มจากความได้เปรียบที่สามารถนำไปสร้างคุณค่าได้จริง”

ความได้เปรียบนั้นอาจเป็นทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ เครือข่าย ความเข้าใจลูกค้า หรือการเข้าถึงธุรกิจที่มีสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว

นี่เป็นข้อสังเกตที่ได้จากการนำคำตอบของทั้งสามคนมาเปรียบเทียบ ไม่ใช่ประโยคที่ทั้งสามพูดตรงกันในรายการ

.
.

ทำไมเงินทุนมากจึงอาจกลายเป็นความเสี่ยง?

เงินทุนช่วยให้ธุรกิจมีทางเลือก แต่ก็ทำให้การตัดสินใจที่ยังไม่ผ่านการทดสอบมีต้นทุนสูงขึ้นได้เช่นกัน

ลองนึกถึงผู้ประกอบการสองคน

คนแรกมีเงินทุนจำกัด จึงต้องหาลูกค้าให้ได้ก่อนที่จะลงทุนขยายงาน

อีกคนมีเงินทุนมากกว่า จึงสามารถจ้างทีม สร้างเว็บไซต์ ซื้ออุปกรณ์ และทำการตลาดได้ทันที

ไม่ได้หมายความว่าคนแรกจะประสบความสำเร็จมากกว่า

แต่คนที่สองอาจใช้เงินไปจำนวนมากก่อนค้นพบว่า ลูกค้ายังไม่ได้ต้องการสิ่งที่ธุรกิจกำลังเสนอ

สิ่งที่ควรพิจารณาจึงไม่ใช่แค่ “มีเงินพอหรือไม่”

แต่รวมถึงคำถามว่า

1. เรากำลังแก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้า?

2. มีหลักฐานอะไรบ้างว่าลูกค้ายอมจ่าย?

3. ความได้เปรียบของเราคืออะไร?

4. หากสมมติฐานผิด เราจะเสียเงินและเวลาเท่าไร?

5. รายได้ที่คาดหวังจะเปลี่ยนเป็นกำไรและกระแสเงินสดได้จริงหรือไม่?

คำถามเหล่านี้ช่วยแยกการมีเงินทุนออกจากการมีโมเดลธุรกิจที่แข็งแรง

.
.

มุมมองจาก Corporate Finance: รายได้ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

จากประสบการณ์ในสาย Investment Banking และ Corporate Finance สิ่งหนึ่งที่สำคัญในการพิจารณาธุรกิจคือการมองให้ไกลกว่าตัวเลขรายได้

ธุรกิจอาจมียอดขายเพิ่มขึ้น แต่กำไรไม่ได้เพิ่มตาม

ธุรกิจอาจมีกำไรทางบัญชี แต่กระแสเงินสดยังตึงตัว

หรือธุรกิจอาจมีโอกาสเติบโตสูง แต่ต้องใช้เงินลงทุนมากกว่าที่ผู้ประกอบการสามารถรับความเสี่ยงได้

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจขยายกิจการหรือเริ่มโครงการใหม่ คำถามที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงว่า

“โอกาสนี้ทำเงินได้เท่าไร”

แต่คือ

“เรากำลังแลกอะไรกับโอกาสนี้ และมีความพร้อมรับผลลัพธ์ที่ไม่เป็นไปตามแผนมากแค่ไหน”

.

เมื่อณิรินทร์ได้ศึกษาศาสตร์จีนอย่างจริงจัง ก็ยิ่งสนใจมิติของการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลและสภาพแวดล้อมมากขึ้นด้วย

เพราะแม้คนสองคนจะมองเห็นโอกาสทางธุรกิจเดียวกัน แต่จุดแข็ง ข้อจำกัด ภาระรับผิดชอบ และจังหวะชีวิตของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน

สำหรับ Pinnacle Destiny การมองเรื่องคน จังหวะ และสภาพแวดล้อม จึงเป็นอีกมุมที่นำมาประกอบการทบทวนทางเลือก ควบคู่กับการพิจารณาความเสี่ยงและข้อเท็จจริงทางธุรกิจ

.
.

#ณิรินทร์ชวนมอง

7 ประเด็นที่คนทำธุรกิจควรเก็บไปคิดต่อ

1. เริ่มจากปัญหาที่แก้ได้จริง

ไม่ใช่เริ่มจากการคิดว่าจะนำเงินไปซื้ออะไร

.

2. มองหาความได้เปรียบที่มีอยู่แล้ว

ทั้งทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่าย

.

3. เลือกกลุ่มลูกค้าที่เห็นคุณค่าและยินดีจ่าย

ไม่ใช่พยายามขายให้ทุกคน

.

4. แสดงหลักฐานของคุณค่าก่อนเรียกร้องความเชื่อมั่น

ผลงานจริงมีน้ำหนักกว่าคำกล่าวอ้าง

.

5. สร้างความสัมพันธ์กับคนที่เหมาะสม

จำนวนผู้ติดตามไม่สำคัญเท่าความไว้วางใจจากกลุ่มเป้าหมาย

.

6. แยกรายได้ กำไร และกระแสเงินสดออกจากกัน

เพราะธุรกิจที่ขายได้มากอาจยังมีความเสี่ยงทางการเงิน

.

7. อย่าให้เงินทุนเร่งการตัดสินใจที่ยังไม่ชัดเจน

บางครั้งการร่วมมือกับคนที่มีประสบการณ์อาจเหมาะกว่าการเริ่มทุกอย่างเอง

.
.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินทุนเริ่มธุรกิจ

Q: เริ่มธุรกิจจำเป็นต้องมีเงินทุนมากไหม?

A: ไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจและทรัพยากรที่ต้องใช้ ธุรกิจบริการบางประเภทสามารถเริ่มจากทักษะและลูกค้ากลุ่มแรกได้ ขณะที่ธุรกิจที่ต้องมีสินค้าคงคลัง เครื่องจักร หรือสถานที่ อาจต้องใช้เงินทุนสูงกว่า

.

Q: มีเงินทุน 3 ล้านบาท ควรเริ่มธุรกิจอะไร?

A: ยังไม่ควรเลือกธุรกิจจากจำนวนเงินทุนเพียงอย่างเดียว ควรประเมินความรู้ของตัวเอง ปัญหาที่ลูกค้ายอมจ่าย ความสามารถในการดำเนินงาน และความเสี่ยงที่รับได้ก่อน

.

Q: ทำไมการมีเงินทุนมากจึงอาจเป็นข้อเสีย?

A: เพราะเงินทุนอาจทำให้ผู้ประกอบการลงทุนกับสมมติฐานที่ยังไม่ได้พิสูจน์เร็วเกินไป เช่น จ้างทีมขนาดใหญ่หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์เต็มรูปแบบก่อนรู้ว่ามีความต้องการจริงหรือไม่

.

Q: ก่อนขยายธุรกิจควรดูอะไรบ้าง?

A: ควรพิจารณาความต้องการของลูกค้า ความสามารถในการทำกำไร กระแสเงินสด เงินทุนหมุนเวียน ความพร้อมของทีม และความเสี่ยงหากการขยายตัวไม่เป็นไปตามแผน

.
.

บทส่งท้าย: ก่อนเพิ่มเงินทุน ลองมองสิ่งที่มีอยู่แล้ว

คำตอบของผู้เชี่ยวชาญทั้งสามคนทำให้เห็นว่า การเริ่มธุรกิจไม่ได้มีสูตรเดียว

บางคนสร้างโอกาสจากทักษะ

บางคนจากเครือข่าย

และบางคนเลือกใช้ทรัพยากรไปร่วมกับคนที่มีประสบการณ์มากกว่า

สิ่งที่สำคัญกว่าการมีเงินทุนจำนวนมาก อาจเป็นการเข้าใจว่าเรามีอะไรอยู่แล้ว อะไรยังขาด และทางเลือกไหนเหมาะกับสถานการณ์ของเราจริง ๆ

บางครั้งการเติบโตไม่ได้เริ่มจากการมีทรัพยากรมากขึ้น

แต่เริ่มจากการมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามีอยู่แล้วให้ชัดขึ้น

.
.

เกี่ยวกับ Pinnacle Destiny

Pinnacle Destiny — Ancient Wisdom for Modern Life

นำเสนอเรื่องการตัดสินใจผ่านมุมมองด้านธุรกิจ การเงิน และศาสตร์จีน เพื่อชวนให้มองทางเลือกสำคัญในชีวิตและธุรกิจได้รอบด้านมากขึ้น

หากคุณกำลังพิจารณาการเริ่มธุรกิจ ขยายกิจการ หรือการตัดสินใจสำคัญ และต้องการสำรวจจุดแข็ง จังหวะ และสภาพแวดล้อมของตัวเองเพิ่มเติม สามารถศึกษาบริการของ Pinnacle Destiny ได้ที่

https://www.pinnacledestiny.com

.

แหล่งที่มา

The Diary of a CEO

บทสนทนาระหว่าง Steven Bartlett, Alex Hormozi, Codie Sanchez และ Daniel Priestley

รับชมรายการต้นฉบับ:
https://youtu.be/hVlAOIUA71Y

บทความที่เกี่ยวข้อง

Manifestation คืออะไร? ทำไม Manifest แล้วชีวิตไม่เปลี่ยน

Manifest มาตั้งนาน ทำไมชีวิตยังไม่เปลี่ยนอย่างที่หวัง?

Manifestation, Binaural Beats และการกลับมาฟังตัวเอง ก่อนตัดสินใจว่าอยากให้ชีวิตไปทางไหน….

อ่านต่อ

ปี 2027 ต้องปรับตัวอย่างไร? 4 ความเปลี่ยนแปลงและมุมมองศาสตร์จีน

คุณไม่ได้ทำอะไรผิด…

แต่ทำไมทุกอย่างถึงยากขึ้น?

ร้านอาหารที่เคยขายดี ลูกค้าก็ยังมา แต่กำไรกลับลดลง..

อ่านต่อ

First Principles Thinking คืออะไร? วิธีคิดจาก Elon Musk ที่ช่วยให้เราตั้งคำถามก่อนตัดสินใจธุรกิจ

First Principles Thinking คืออะไร? วิธีคิดจาก Elon Musk ที่ช่วยให้เราตั้งคำถามก่อนตัดสินใจธุรกิจ

.

บางครั้งคนที่ตัดสินใจพลาด ไม่ใช่คนที่คิดน้อยเกินไป

แต่เป็นคนที่คิดมาเยอะมากแล้ว

หาข้อมูลจนเต็มโต๊ะ วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียแทบทุกทาง ถามความเห็นคนรอบตัวจนเริ่มสับสน…

อ่านต่อ

มีเงินทุน 3 ล้านบาท เริ่มธุรกิจอย่างไร? บทเรียนจาก 3 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

มีเงินทุน 3 ล้านบาท เริ่มธุรกิจอย่างไร? บทเรียนจาก 3 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

ทำไมการมีเงินทุนมากขึ้น อาจไม่ได้ทำให้เราเริ่มธุรกิจได้เปรียบเสมอไป

.

ถ้าวันนี้มีเงินทุนประมาณ 3 ล้านบาทให้เริ่มธุรกิจใหม่ คุณจะทำอะไรเป็นอย่างแรก?…

อ่านต่อ

เคยไหม ? ปรับตัวเข้ากับคนรัก หรือเพื่อนร่วมงานไม่ได้สักที
มารู้จักลักษณะนิสัยของคนธาตุต่าง ๆ กับ
Pinnacle Destiny Magazine
ดั่งคำพูดที่ว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”

เรียนรู้และนำมาปรับใช้ เพิ่มโอกาสความสำเร็จและพัฒนาตนเอง เตรียมพร้อมสำหรับโอกาสที่วิ่งเข้ามา อะไรที่ควรระวัง
สิ่งที่เราควรเน้นโอกาสและทิศทางด้านการเงิน การงาน ธุรกิจของคุณเอง

ลักษณะนิสัยคนแต่ละธาตุ

คนธาตุไม้หยาง

คนธาตุทองหยิน

คนธาตุดินหยิน

คนธาตุไฟหยาง

คนธาตุน้ำหยาง

ปี 2565

มีเงินทุน 3 ล้านบาท เริ่มธุรกิจอย่างไร? บทเรียนจาก 3 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

มีเงินทุน 3 ล้านบาท เริ่มธุรกิจอย่างไร? บทเรียนจาก 3 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

ภาพปกบทความ Pinnacle Destiny เรื่อง 3 คนเก่ง 3 วิธีหาเงิน แต่กลับมีหลักคิดเดียวกัน พร้อมภาพผู้ร่วมรายการ The Diary of a CEO ได้แก่ Steven Bartlett, Alex Hormozi, Codie Sanchez และ Daniel Priestley

มีเงินทุน 3 ล้านบาท เริ่มธุรกิจอย่างไร? บทเรียนจาก 3 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

ทำไมการมีเงินทุนมากขึ้น อาจไม่ได้ทำให้เราเริ่มธุรกิจได้เปรียบเสมอไป

.

ถ้าวันนี้มีเงินทุนประมาณ 3 ล้านบาทให้เริ่มธุรกิจใหม่ คุณจะทำอะไรเป็นอย่างแรก?

หาสินค้ามาขาย?

เปิดร้าน?

สร้างแบรนด์?

จ้างทีมงาน?

หรือเริ่มลงทุนกับการตลาด?

เงินก้อนนี้อาจทำให้หลายคนรู้สึกว่ามีทางเลือกมากขึ้น

แต่ Daniel Priestley กลับชวนให้มองอีกด้านหนึ่งว่า เงินทุนระดับ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ อาจเป็นจำนวนที่อันตรายสำหรับคนเริ่มธุรกิจ

เพราะมากพอที่จะทำให้ตัดสินใจใช้เงินก้อนใหญ่ แต่ไม่ได้มากพอที่จะรองรับความผิดพลาดร้ายแรงได้เสมอไป

.

นี่เป็นหนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจจากพอดแคสต์ The Diary of a CEO ซึ่ง Steven Bartlett ชวนผู้เชี่ยวชาญธุรกิจ 3 คน ได้แก่ Alex Hormozi, Codie Sanchez และ Daniel Priestley มาพูดคุยเรื่องการสร้างรายได้ การเริ่มธุรกิจ และการเติบโต

บทสนทนายาวกว่า 2 ชั่วโมง แต่สิ่งที่น่าคิดที่สุดอาจไม่ใช่วิธีหาเงินของแต่ละคน

เป็นวิธีที่แต่ละคนมอง “ความได้เปรียบ” ก่อนตัดสินใจว่าจะใช้เงินอย่างไร

.
.

ถ้าให้เงินทุนไม่เท่ากัน ผู้เชี่ยวชาญ 3 คนจะเริ่มธุรกิจอย่างไร?

ช่วงหนึ่งของรายการ ผู้ร่วมสนทนาได้รับโจทย์ให้คิดว่าจะสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างไรจากเงินทุนตั้งต้นที่ต่างกัน

คำตอบของทั้งสามคนสะท้อนวิธีคิดที่น่าสนใจมากกว่าการเลือกว่าจะลงทุนในธุรกิจประเภทไหน

.

1. Alex Hormozi: มี 1,000 ดอลลาร์ ไม่จำเป็นต้องรีบใช้

แทนที่จะนำเงินไปซื้อสินค้า เปิดธุรกิจใหม่ หรือสร้างระบบตั้งแต่ต้น Alex เสนอแนวทางที่ใช้ความสามารถด้านการเพิ่มรายได้เข้าไปช่วยธุรกิจที่มีลูกค้าอยู่แล้ว

แนวคิดคือค้นหาธุรกิจที่มีฐานลูกค้า และเสนอวิธีสร้างรายได้เพิ่มจากฐานนั้น โดยรับผลตอบแทนเป็นส่วนแบ่งจากผลลัพธ์

สิ่งที่น่าสนใจคือ เขาไม่ได้เริ่มจากการถามว่าจะซื้ออะไรด้วยเงิน 1,000 ดอลลาร์

แต่เริ่มจากการมองว่า ความสามารถของตัวเองช่วยสร้างมูลค่าให้ธุรกิจที่มีอยู่แล้วได้อย่างไร

.

2. Codie Sanchez: มี 10,000 ดอลลาร์ ให้ใช้ความรู้และเครือข่าย

Codie เสนอแนวทางที่เชื่อมกับความเชี่ยวชาญด้านการซื้อขายกิจการของเธอ

แทนที่จะรีบซื้อธุรกิจด้วยตัวเอง เธอมองโอกาสในการเชื่อมเจ้าของกิจการที่ต้องการขายกับผู้ซื้อที่เหมาะสม และสร้างรายได้จากการเป็นตัวกลางในการทำข้อตกลง

จุดสำคัญจึงไม่ใช่จำนวนเงินในมือเพียงอย่างเดียว

แต่เป็นความรู้เกี่ยวกับตลาด ความสามารถในการมองเห็นโอกาส และเครือข่ายที่เชื่อมคนสองฝ่ายเข้าหากันได้

.

3. Daniel Priestley: มี 100,000 ดอลลาร์ ก็อาจยังไม่ควรเริ่มเอง

คำตอบของ Daniel แตกต่างออกไป

เขามองว่าเงินทุน 100,000 ดอลลาร์อาจทำให้ผู้ประกอบการมือใหม่รู้สึกพร้อมเกินความเป็นจริง

เงินจำนวนนี้สามารถถูกใช้ไปกับการจ้างคน สร้างผลิตภัณฑ์ ทำการตลาด หรือจัดตั้งธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าตลาดต้องการสิ่งที่กำลังสร้าง

ทางเลือกที่เขาเสนอคือการร่วมงานกับผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์และมีธุรกิจที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้ว โดยนำเงินทุนหรือแรงลงมือเข้าไปสร้างคุณค่าร่วมกัน

บทเรียนสำคัญไม่ใช่การห้ามใช้เงิน

แต่เป็นการถามว่า เรามีความเข้าใจและความได้เปรียบมากพอที่จะใช้เงินก้อนนี้อย่างมีเหตุผลแล้วหรือยัง

.
.

ทั้ง 3 คนมีหลักคิดอะไรเหมือนกัน?

เมื่อมองคำตอบทั้งสามร่วมกัน จะเห็นว่าแต่ละคนเลือกเส้นทางต่างกัน

Alex มองหาธุรกิจที่มีลูกค้าอยู่แล้ว

Codie มองหาความต้องการซื้อขายที่สามารถเชื่อมเข้าหากันได้

Daniel มองหาผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์เพื่อร่วมสร้างโอกาส

แต่ทั้งสามแนวทางมีหลักคิดร่วมกันอย่างหนึ่ง

“อย่าเริ่มจากเงินที่มีเพียงอย่างเดียว ให้เริ่มจากความได้เปรียบที่สามารถนำไปสร้างคุณค่าได้จริง”

ความได้เปรียบนั้นอาจเป็นทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ เครือข่าย ความเข้าใจลูกค้า หรือการเข้าถึงธุรกิจที่มีสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว

นี่เป็นข้อสังเกตที่ได้จากการนำคำตอบของทั้งสามคนมาเปรียบเทียบ ไม่ใช่ประโยคที่ทั้งสามพูดตรงกันในรายการ

.
.

ทำไมเงินทุนมากจึงอาจกลายเป็นความเสี่ยง?

เงินทุนช่วยให้ธุรกิจมีทางเลือก แต่ก็ทำให้การตัดสินใจที่ยังไม่ผ่านการทดสอบมีต้นทุนสูงขึ้นได้เช่นกัน

ลองนึกถึงผู้ประกอบการสองคน

คนแรกมีเงินทุนจำกัด จึงต้องหาลูกค้าให้ได้ก่อนที่จะลงทุนขยายงาน

อีกคนมีเงินทุนมากกว่า จึงสามารถจ้างทีม สร้างเว็บไซต์ ซื้ออุปกรณ์ และทำการตลาดได้ทันที

ไม่ได้หมายความว่าคนแรกจะประสบความสำเร็จมากกว่า

แต่คนที่สองอาจใช้เงินไปจำนวนมากก่อนค้นพบว่า ลูกค้ายังไม่ได้ต้องการสิ่งที่ธุรกิจกำลังเสนอ

สิ่งที่ควรพิจารณาจึงไม่ใช่แค่ “มีเงินพอหรือไม่”

แต่รวมถึงคำถามว่า

1. เรากำลังแก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้า?

2. มีหลักฐานอะไรบ้างว่าลูกค้ายอมจ่าย?

3. ความได้เปรียบของเราคืออะไร?

4. หากสมมติฐานผิด เราจะเสียเงินและเวลาเท่าไร?

5. รายได้ที่คาดหวังจะเปลี่ยนเป็นกำไรและกระแสเงินสดได้จริงหรือไม่?

คำถามเหล่านี้ช่วยแยกการมีเงินทุนออกจากการมีโมเดลธุรกิจที่แข็งแรง

.
.

มุมมองจาก Corporate Finance: รายได้ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

จากประสบการณ์ในสาย Investment Banking และ Corporate Finance สิ่งหนึ่งที่สำคัญในการพิจารณาธุรกิจคือการมองให้ไกลกว่าตัวเลขรายได้

ธุรกิจอาจมียอดขายเพิ่มขึ้น แต่กำไรไม่ได้เพิ่มตาม

ธุรกิจอาจมีกำไรทางบัญชี แต่กระแสเงินสดยังตึงตัว

หรือธุรกิจอาจมีโอกาสเติบโตสูง แต่ต้องใช้เงินลงทุนมากกว่าที่ผู้ประกอบการสามารถรับความเสี่ยงได้

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจขยายกิจการหรือเริ่มโครงการใหม่ คำถามที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงว่า

“โอกาสนี้ทำเงินได้เท่าไร”

แต่คือ

“เรากำลังแลกอะไรกับโอกาสนี้ และมีความพร้อมรับผลลัพธ์ที่ไม่เป็นไปตามแผนมากแค่ไหน”

.

เมื่อณิรินทร์ได้ศึกษาศาสตร์จีนอย่างจริงจัง ก็ยิ่งสนใจมิติของการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลและสภาพแวดล้อมมากขึ้นด้วย

เพราะแม้คนสองคนจะมองเห็นโอกาสทางธุรกิจเดียวกัน แต่จุดแข็ง ข้อจำกัด ภาระรับผิดชอบ และจังหวะชีวิตของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน

สำหรับ Pinnacle Destiny การมองเรื่องคน จังหวะ และสภาพแวดล้อม จึงเป็นอีกมุมที่นำมาประกอบการทบทวนทางเลือก ควบคู่กับการพิจารณาความเสี่ยงและข้อเท็จจริงทางธุรกิจ

.
.

#ณิรินทร์ชวนมอง

7 ประเด็นที่คนทำธุรกิจควรเก็บไปคิดต่อ

1. เริ่มจากปัญหาที่แก้ได้จริง

ไม่ใช่เริ่มจากการคิดว่าจะนำเงินไปซื้ออะไร

.

2. มองหาความได้เปรียบที่มีอยู่แล้ว

ทั้งทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่าย

.

3. เลือกกลุ่มลูกค้าที่เห็นคุณค่าและยินดีจ่าย

ไม่ใช่พยายามขายให้ทุกคน

.

4. แสดงหลักฐานของคุณค่าก่อนเรียกร้องความเชื่อมั่น

ผลงานจริงมีน้ำหนักกว่าคำกล่าวอ้าง

.

5. สร้างความสัมพันธ์กับคนที่เหมาะสม

จำนวนผู้ติดตามไม่สำคัญเท่าความไว้วางใจจากกลุ่มเป้าหมาย

.

6. แยกรายได้ กำไร และกระแสเงินสดออกจากกัน

เพราะธุรกิจที่ขายได้มากอาจยังมีความเสี่ยงทางการเงิน

.

7. อย่าให้เงินทุนเร่งการตัดสินใจที่ยังไม่ชัดเจน

บางครั้งการร่วมมือกับคนที่มีประสบการณ์อาจเหมาะกว่าการเริ่มทุกอย่างเอง

.
.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินทุนเริ่มธุรกิจ

Q: เริ่มธุรกิจจำเป็นต้องมีเงินทุนมากไหม?

A: ไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจและทรัพยากรที่ต้องใช้ ธุรกิจบริการบางประเภทสามารถเริ่มจากทักษะและลูกค้ากลุ่มแรกได้ ขณะที่ธุรกิจที่ต้องมีสินค้าคงคลัง เครื่องจักร หรือสถานที่ อาจต้องใช้เงินทุนสูงกว่า

.

Q: มีเงินทุน 3 ล้านบาท ควรเริ่มธุรกิจอะไร?

A: ยังไม่ควรเลือกธุรกิจจากจำนวนเงินทุนเพียงอย่างเดียว ควรประเมินความรู้ของตัวเอง ปัญหาที่ลูกค้ายอมจ่าย ความสามารถในการดำเนินงาน และความเสี่ยงที่รับได้ก่อน

.

Q: ทำไมการมีเงินทุนมากจึงอาจเป็นข้อเสีย?

A: เพราะเงินทุนอาจทำให้ผู้ประกอบการลงทุนกับสมมติฐานที่ยังไม่ได้พิสูจน์เร็วเกินไป เช่น จ้างทีมขนาดใหญ่หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์เต็มรูปแบบก่อนรู้ว่ามีความต้องการจริงหรือไม่

.

Q: ก่อนขยายธุรกิจควรดูอะไรบ้าง?

A: ควรพิจารณาความต้องการของลูกค้า ความสามารถในการทำกำไร กระแสเงินสด เงินทุนหมุนเวียน ความพร้อมของทีม และความเสี่ยงหากการขยายตัวไม่เป็นไปตามแผน

.
.

บทส่งท้าย: ก่อนเพิ่มเงินทุน ลองมองสิ่งที่มีอยู่แล้ว

คำตอบของผู้เชี่ยวชาญทั้งสามคนทำให้เห็นว่า การเริ่มธุรกิจไม่ได้มีสูตรเดียว

บางคนสร้างโอกาสจากทักษะ

บางคนจากเครือข่าย

และบางคนเลือกใช้ทรัพยากรไปร่วมกับคนที่มีประสบการณ์มากกว่า

สิ่งที่สำคัญกว่าการมีเงินทุนจำนวนมาก อาจเป็นการเข้าใจว่าเรามีอะไรอยู่แล้ว อะไรยังขาด และทางเลือกไหนเหมาะกับสถานการณ์ของเราจริง ๆ

บางครั้งการเติบโตไม่ได้เริ่มจากการมีทรัพยากรมากขึ้น

แต่เริ่มจากการมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามีอยู่แล้วให้ชัดขึ้น

.
.

เกี่ยวกับ Pinnacle Destiny

Pinnacle Destiny — Ancient Wisdom for Modern Life

นำเสนอเรื่องการตัดสินใจผ่านมุมมองด้านธุรกิจ การเงิน และศาสตร์จีน เพื่อชวนให้มองทางเลือกสำคัญในชีวิตและธุรกิจได้รอบด้านมากขึ้น

หากคุณกำลังพิจารณาการเริ่มธุรกิจ ขยายกิจการ หรือการตัดสินใจสำคัญ และต้องการสำรวจจุดแข็ง จังหวะ และสภาพแวดล้อมของตัวเองเพิ่มเติม สามารถศึกษาบริการของ Pinnacle Destiny ได้ที่

https://www.pinnacledestiny.com

.

แหล่งที่มา

The Diary of a CEO

บทสนทนาระหว่าง Steven Bartlett, Alex Hormozi, Codie Sanchez และ Daniel Priestley

รับชมรายการต้นฉบับ:
https://youtu.be/hVlAOIUA71Y

เคยไหม ? ปรับตัวเข้ากับคนรัก หรือเพื่อนร่วมงานไม่ได้สักที มารู้จักลักษณะนิสัยของคนธาตุต่าง ๆ กับ
Pinnacle Destiny Magazine

ดั่งคำพูดที่ว่า “รู้เขา รู้เรา
รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”


เรียนรู้และนำมาปรับใช้ เพิ่มโอกาสความสำเร็จและพัฒนาตนเอง เตรียมพร้อมสำหรับโอกาสที่วิ่งเข้ามา อะไรที่ควรระวังสิ่งที่เราควรเน้นโอกาสและทิศทางด้านการเงิน การงาน ธุรกิจของคุณเอง

ลักษณะนิสัยคนแต่ละธาตุ

คนธาตุไม้หยาง

คนธาตุทองหยิน

คนธาตุดินหยิน

คนธาตุไฟหยาง

คนธาตุน้ำหยาง

ปี 2565